FIC :: [OS] ตุ๊กตา

posted on 21 May 2013 22:02 by angle-mind directory Fiction, Asian, Idea

Pairing : Kevin Wu x Junmyeon Kim

Warning : อาจไม่เหมาะกับคนที่โหยหาฟิคหอมหวาน

 

 

 

 

 

 

 

ว่ากันว่า.. มนุษย์เราจะซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งใด

ก็ต่อเมื่อได้สูญสิ้นสิ่งนั้นไป

 

 

 

 

 

 

 

ผมขอโทษ กลับมาหาผมนะ

ผมสัญญา ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด

สัญญาด้วยชีวิต

กลับมาหาผมนะ จุนมยอน 

 

 

 

 

 

 

 

ผืนฟ้าครามสยายกว้างลึกสุดสายตา ก้อนเมฆสีทึมอุ้มน้ำลอยเชื่องไม่รีบเร่ง ขยับคืบบดบังลำแสงทองทอดเป็นเงามืดปกคลุมผืนดิน กำลังฤทธิ์รังสีร้อนของสุริยาดวงโตถูกตัดทอนลิดรอนโดยเมฆากลุ่มใหญ่ สายลมเย็นโบกเอื่อยตบม่านขาวให้ลอยไหว ผืนผ้าบางสะบัดตีเกิดเป็นเสียงเสียดแผ่ว

 

แพรผมหนาสีเข้มดั่งเปลือกไม้แก่เคลื่อนพลิ้วยามเจ้าของร่างกายกำยำฝังใบหน้าแนบหมอน เสียงทุ้มครางฮึมในลำคอ ขณะขยับกายบิดร่างยืดกล้ามเนื้อ มัดแขนเกร็งแน่นยามเหยียดยืดสุดความยาว เปลือกตาและแพขนตากระพริบถี่ก่อนเผยลูกแก้วดุดัน

 

เควินเปิดตาแล้วสอดส่ายทั่วห้องเหลี่ยม เอี้ยวตัวมองเลขดิจิตอลที่เรือนนาฬิกาแล้วยันกายนั่ง

 

‘07:30 AM’

 

ร่างสูงใหญ่เอนอิงถ่ายน้ำหนักลงหัวเตียง เหยียดขายาวเป็นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน มือใหญ่สอดยีกลุ่มผมกระเซิง เสยปัดเปิด เผยหน้าผากเนียนแคบและคิ้วโก่งหนา ดวงตาคมหรี่หยีเช่นคนไม่ตื่นจากฝัน ริมฝีปากบางขยับบ่นพึมพำไม่ออกเสียง โกนกระดูกที่ปูดโปนช่วงลำคอขยับโยกขึ้นลงยามกล้ำกลืนน้ำหนืดคอ แผ่นอกแน่นเรื่อยถึงมัดกล้ามที่หน้าท้องขยับไหวเป็นจังหวะลมหายใจไหลผ่านจมูกเชิดโด่ง

 

ชายหนุ่มนั่งนิ่งเรียกสติอยู่ชั่วครู่หนึ่ง สะบัดศีรษะไล่อาการง่วงงุน บิดเอี้ยวหาอีกฝากฝั่งที่นอนนุ่ม สบเห็นดวงตาใสที่ทอดมองอยู่ก่อนแล้วก็ได้แต่ยกยิ้ม ทรุดกายนอนราบ สอดลำแขนแกร่งใต้คอเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดง โอบรั้งร่างผอมบางเข้าประชิด จรดปลายจมูกมอบสัมผัสชิดใกล้ แนบหน้าผากสนิท ทิ้งจุมพิตบางเบาบนกลีบเนื้อสีสดเนิ่นนานจนพอใจก่อนถอนดวงหน้าหล่อเหลาออกห่าง ส่งแววรักผ่านนัยน์ตาแล้วก้มกระซิบแผ่ว

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ.. ตื่นนานแล้วเหรอ”

 

ไร้เสียงหวานขานตอบ ฝ่ามือเล็กทายวางบนอกซ้าย ลากไล้เคลียไม่พูดไม่จา เควินตีหน้าเจื่อนเมื่อเริ่มรับรู้ว่าถูกงอนเข้าให้เสียแล้ว

 

“จุนมยอน.. พูดกับผมหน่อยสิคนดี”

 

นอกจากจะเพิกเฉยต่อคำร้องขอ จุนมยอนยังก้มหน้าหลบสายตาอ้อดอ้อนที่ทอดมาอีกด้วย

 

“ผมขอโทษนะครับ.. ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง กลัวผมจะจับไข้ แต่เมื่อคืนอากาศมันอ้าว ผมทนไม่ไหวก็เลยต้องถอดเสื้อออก”

 

สุ้มเสียงทุ้มกล่าวด้วยสำนึกผิดก่อนแจงเหตุผลที่ลงมือกระทำ เขารู้ว่าคนตัวเล็กเป็นคนขี้กังวล มักหวาดวิตกสิ่งต่างๆจนเกิดเหตุอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับเขา

 

“จุนมยอนครับ ไม่งอนนะครับ ผมขอโทษที่ไม่เชื่อคำเตือนของคุณ.. เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมทำอาหารเช้าให้คุณทานเป็นการไถ่โทษ ดีไหมครับ”

 

สิ้นประโยคขาเรียวในกางเกงผ้าขายาวเนื้อนิ่มก็ตวัดลงข้างเตียง ฝ่าเท้าขนาดใหญ่สัมผัสพื้นเตรียมลุกยืน.. หากไม่ติดแรงรั้งเบาจากเบื้องหลัง เจ้าของเรือนผมสีเปลือกไม้หันกลับมองด้วยสงสัย ก่อนกระจ่างคลายด้วยใบหน้าติดโศกที่ถูกส่งมา

 

รอยยิ้มจางแต้มประดับคลอเคล้าเครื่องหน้าคม มือใหญ่เอื้อมปลดพันธะเปราะบางให้หลุดออก เดินอ้อมเตียงหลังใหญ่ สอดแขนใต้ข้อพับขาและแผ่นหลังแคบ ยกอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก น้ำหนักที่แบกรับกระตุ้นให้เขาต้องเอ่ยกระเซ้าแกล้ง

 

“หนักนะ อ้วนขึ้นหรือเปล่า”

 

กระซิบติดชิบใบหูก่อนกดจูบอ้อนขออภัย ไม่ต่างอะไรจากสำนวนที่ว่า ตบหัวแล้วลูบหลัง เลยสักนิด

 

ขายาวก้าวมั่นคง โอบอุ้มร่างในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ก้มโค้งใบหน้าลงผังจมูกบนกลุ่มผมหอมด้วยสบโอกาส หัวเราะปรีเปรมเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีขัดขืน

 

ย่อตัววางคนรักลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์แผ่วเบา ดึงรั้งคนตัวเล็กให้แนบฟังเสียงหัวใจขยับถี่ กดจูบซับเรือนแพรนุ่มด้วยรักใคร่และเฝ้าถนอม

 

 

 

สำหรับเขา

จุนมยอนช่างแสนเปราะบาง และงดงามหาใดเปรียบ

ราวกับเครื่องแก้วชั้นดีที่ถูกเป่าหลอมให้มีเพียงหนึ่งเดียว

 

 

 

 

 

 

 

เส้นขนพู่กันสะบัดขยับลากแต้มสีบนผืนผ้าใบสีบริสุทธิ์ โครงเส้นเว้านูนมาสัดส่วนสรีระบุรุษตัวบางฟุ้งมัวด้วยกรรมวิธีเฉพาะ ดวงตาคมจดจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ทอดนอนยาวบนเก้าอี้นวมตัวโตไม่กระพริบ จดจำทุกรายละเอียดสำคัญถ่ายทอดลงพื้นที่ขนาดหนึ่งเมตรคูณสองเมตร

 

จิตกรเอกนั่งหลังตรงบนเก้าอี้กลมไร้พนัก เบื้องหน้าเป็นผืนผ้าขึงตึงด้วยกรอบไม้ขนาดใหญ่ ลึกเข้าไปเป็นนายแบบคนสำคัญ โซฟาหนังกลางห้องถูกพาดทับด้วยผืนผ้าสีแดงเลือดหมู จัดแต่งริ้วยับเป็นฉากประกอบที่เรียบง่าย ผิวกายขาวละเอียดเผยประจักษ์ตัดพื้นสีเข้มอย่างโดดเด่น ร่างแบบบางทอดกายคว่ำอวดแผ่นหลังกระจ่าง เอวคอดบิดข้าง หดขาเรียวให้งอพอดีกับช่วงความยาวเบาะนวม จุนมยอนซบใบหน้าลงบนแขนที่รองอีกชั้นด้วยหมอน แม้จะอยู่ในท่วงท่าที่ไม่สบายนักแต่เขาก็ไม่ได้บ่นอะไร

 

เควินละมือจากงาน วางแปรงขนชุ่มสีลงในโหลน้ำ ออกแรงสะบัดสลัดสีทำความสะอาด เขาผ่อนคลายอิริยาบถหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานเกือบร่วมชั่วโมง ไม่อยากคิดถึงคนที่นอนบิดผิดธรรมชาติว่าจะรู้สึกเมื่อยล้าสักเพียงไหน ชายหนุ่มลุกยืน สาวเท้าใกล้นายแบบมือหนึ่ง ทรุดกายนั่ง ลูบไล้เส้นผมลื่นมือเป็นการชมเชยคนตั้งใจทำงาน คนตัวเล็กถูกจับพลิกหงาย ริ้วแดงข้างแก้มบ่งชี้อาการขวยเขินแสนน่ารัก มือใหญ่เอาสอดกุมมือเล็กที่วางบนหน้าท้อง ไออุ่นร้อนถ่ายเทผ่านผิวเนื้อเย็นจัด เควินยกมือที่ประสานขึ้นประทับจูบแล้วเอาแนบแก้มเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นจากร่างเปลือย

 

“หนาวมากไหมครับ”

 

เอ่ยถามแม้ไม่ต้องการคำตอบ คนตัวสูงขยับกายลงนอน ดึงรั้งคนตัวเย็นเข้าสู่อ้อมกอด โอบกระชับลาดไหล่แคบ ไล้มือหยาบบนต้นแขนเนียนละเอียด ยกยิ้มให้คนที่ซุกกายเข้ากับแผ่นอกด้วยเอ็นดู เสสายตามองหน้าปัดนาฬิกาเข็ม

 

‘11:23 AM’

 

“นอนพักสักงีบแล้วกันนะครับ”

 

ปิดเปลือกตาลง เต็มตื้นในอกด้วยการมีอยู่ของคนในอ้อมแขน ซึมซับดื่มด่ำความสุขล้ำที่ไม่อาจหาจากที่ใดได้อีก

 

 

 

สำหรับเขา

จุนมยอนคือส่วนที่ขาดหาย คือคนที่เข้ามาเติมเต็มหัวใจที่เปลี่ยวเหงา

ราวกับตัวต่อที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเขาเพียงคนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

เสียงเปาะแปะยามสายน้ำกระทบพื้นกระเบื้องสะท้อนก้องให้ทึบชื้น บรรเลงทำนองสบายหูคลอเคล้ากลิ่นหอมสะอาดอบอวล เควินเอื้อมมือปิดน้ำให้หยุดหลั่งไหล กดบีบสบู่เนื้อครีม ถูกเข้ากับฝ่ามือจนขึ้นฟอง ลากไล้จากต้นคอ บ่ากว้าง ลำแขนแกร่ง สีข้างเรื่อยจนถึงแผ่นอก

 

ชะงักมือพลันเมื่อจู่ๆภาพสร้างอารมณ์หวานนั้นผุดพราย เรือนร่างผอมบางและผิวกายขาวกระจ่างของนายแบบคนสำคัญกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ระบบความคิดอย่างหยุดไม่อยู่ ลาดไหล่แคบ แผ่นหลังเนียน ช่วงเอวคอด จรดสะโพกกลมกลึง ไฟอารมณ์โบกโหมกระพือจนทั้งร่างนั้นรุ่มร้อน เควินกักลมหายใจผ่อนเข้าออกปรามอสูรร้ายในตัว เปลือกตาบางกดปิดแน่นยามฝ่ามือกว้างลากผ่านสันนูนบนหน้าท้อง ปลายนิ้วร้อนผะผ่าวสะกิดเบาที่โคนลำเนื้อก่อนค่อยๆขยายคุมกำรอบหนั่นเนื้อเกร็งขึง

 

ความรู้สึกผิดบาปตีรื้นเคียงคู่ความใคร่ต้องการ มือใหญ่ขยับสาวขึ้นลงไวว่องด้วยวาวลื่นจากครีมสบู่ ผิวแก้มขึ้นสีแดงปลั่งยามคิดถึงมือขาวแสนบอบบาง ราวกับคนตัวเล็กปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ใบหน้างดงามแย้มยิ้มยั่วยวน ขาเรียวงอย่อคุกเข่าลงเบื้องหน้า เอื้อมมือโอบล้อมรอบส่วนร้อนแล้วลากแผ่ว ช้อนตากลมมองคนกั้นอารมณ์หวามก่อนเผยอริมฝีปาก อ้ารับปลายมนเข้าดูดดึง เรียวลิ้นเล็กลามเลียจนสุดความยาว ลมหายใจอุ่นผ่อนผะผ่าวลากทิ้งทั่วบริเวณที่สันจมูกตรงนั้นลากผ่าน

 

“จ.. จุนมยอน”

 

ชายหนุ่มหยัดหน้าเชิดเมื่อใกล้จุดหมายแห่งอารมณ์ ลงแรงนิ้วโป้งไม่ยั้ง บดคลึงจุดรวมประสาทผ่อนปรนไฟร้อนที่รุกลาม เรือนผมสีน้ำตาลแดงสะบัดพลิ้วยามศีรษะทุยขยับโยก รัวเร็วสร้างอารมณ์สุขที่ล้นปรี่ให้ชายคนรัก ดวงหน้าสวยขึ้นซีดไร้สีเช่นเดียวกับริมฝีปากบางที่โอบรับ ผิวกายเย็นเยียบทิ้งสัมผัสซ่านบนท่อนเนื้อร้อน โลหิตสีชาดไหลทะลักจากข้อมือบาง หลั่งรินลากผ่านท่อนแขนจนท่วมเอ่อพื้นเจิ่งน้ำ สุ้มเสียงทุ้มครางถี่ก่อนเปล่งเสียงลากยาวเมื่อก้าวสัมผัสบันไดขั้นสุดท้าย น้ำรักสีขุ่นกระเด็นฝากร่องรอยบนผนังสีสะอาด เควินขยับมืออีก 2-3 ครั้ง แล้วทิ้งแขนลงข้างลำตัว

 

ร่างเล็กทิ้งนอนลงแนบพื้น ผิวเนื้อขับขาวตัดสีเลือดข้น จุนมยอนราบแน่นิ่งไม่ไหวติง กลิ่นคาวลอยคละคลุ้งทั่วห้องน้ำ หยดน้ำตายังคงทิ้งคราบบนข้างแก้มเนียน

 

เควินเอื้อมหมุนลูกบิด เปิดน้ำเย็นจัดชโลมศีรษะจรดปลายเท้า ชำระคราบคาวเปื้อนกายและลบเลือนภาพฝันร้ายที่หลอกหลอน 

 

 

 

แต่งกายเรียบร้อย ก้าวเดินออกจากห้องชื้นพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก ซับหยาดน้ำจากกลุ่มผมหนา เสมองเวลาแล้วเลยไปยังคนตัวเล็กที่กลางห้อง

 

‘02:07 PM’

 

สาวเท้าเข้าประชิด สวมกอดร่างแบบบางในชุดเสื้อตัวหลวมและกางเกงขาสั้นแน่น ฝังสันจมูกโด่งลงสูดดมกลิ่นละมุนของเส้นแพรนุ่ม จูบซับข้างขมับเนียนด้วยรักใคร่ กระซิบแผ่วข้างใบหู เนื้อเสียงสั่นเช่นหวาดกลัว

 

“จุนมยอน ผมเห็นอีกแล้ว”

 

ภาพฝันร้ายถาโถมเข้ากระหน่ำไม่หยุดหย่อน ต่อให้เหตุการณ์ไม่น่าจดจำจะล่วงเลยมาถึง 4 ปีแล้วก็ตาม แต่กลิ่น และสีที่เคยเห็นมักจะปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาได้ใช้เวลาในห้องน้ำลำพัง ความผิดพลาดพลั้งในอดีตบีบคั้นให้คนรักเขาต้องตัดสินใจหาทางออกโดยการหยุดลมหายใจเป็นดั่งแผลสดที่ไม่มีวันรักษาหาย รังแต่จะอักเสบช้ำหนองไม่หยุดหย่อน

 

“ผมขอโทษ ถ้าผมไม่..”

 

สัมผัสแผ่วเบาบนเรือนผมราวกับปลอบประโลมให้จิตใจที่มั่วหมองได้เห็นแสงสว่าง รอยยิ้มอุ่นใจยกประดับบนใบหน้าหล่อเหลา เควินทิ้งจูบบนซอกคอขาวคล้ายเอ่ยขอบคุณความอาทร

 

 

 

สำหรับเขา

จุนมยอนส่องสว่าง เปล่งประกายแม้ในที่มืด

ราวกับแสงเดียวแสงสุดท้ายในชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

‘02:36 PM’

 

“แล้วผมจะรีบกลับมานะ”

 

เอ่ยเสียงห้าวบอกคนรักในห้อง ผลักประตูไม้สบกรอบ ไขกุญแจล็อคแน่นหนา สาวเท้าเอื่อยไม่เร่งรีบ ไล่อ่านรายการของที่จะต้องซื้อทบทวนอีกครั้ง เควินเบี่ยงตัวหลบชายชราที่เดินสวนบันไดขึ้นมา แย้มยิ้มและเอ่ยทักตามประสาคนอัธยาศัยดี ค้อมศีรษะลาแล้วหันกลับสู่เส้นทางเดิม ล้วงมือซุกหาไออุ่นในกระเป๋าเสื้อคลุม ลมเย็นโต้ใบหน้ายามหลุดพ้นจากตัวตึก เจ้าของลูกแก้วดุดันหรี่ตาหยิบหยี เห็นร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่ตั้งห่างออกไป 2 ช่วงตึกลางๆ พ่นลมหายใจอย่างไร้ทางเลือกแล้วลากเท้าเดินต่อ

 

 

 

บานประตูกระจกเลื่อนเปิดอัตโนมัติเมื่อชายหนุ่มอยู่ในวงรัศมี ขาเรียวก้าวเรื่อย ลากเข็นรถตะกร้าเข้าสู่โซนของแห้ง เลือกหยิบกระป๋องแบนรีคุ้นตาจับวาง ไล่สายตาตามชั้นวางสินค้าพรางทวนรายการที่จดไว้ ข้าวของที่ขาดแคลนในห้องพักมีเพียงแค่ของประกอบอาหาร ส่วนของใช้อื่นๆเขาเพิ่งมาซื้อกลับไปเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

เสียงล้อเหล็กหมุนสะบัดด้วยชำรุดังแผ่วขณะเควินดันเข็น ร่างสูงก้าวย่ำมั่นคงไม่สนใจสายตาขบขันจากหญิงวัยกลางคนทั้งหลายที่ทอดมองมา ไออากาศเย็นลอยปะทะกายเมื่อเริ่มเข้าสู่โซนของสด เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ สีสันหลากหลายละลานตา

 

ภาพโครงร่างผลงานชิ้นใหม่กำลังผุดขึ้นในห้วงความคิด อาชีพจิตรกรคงไม่อาจจำกัดความสิ่งที่เควินทำเพื่อนเลี้ยงชีพ จะเรียกให้ถูกเขาคงเป็นเพียงช่างศิลป์ที่เชี่ยวชาญพิเศษเรื่องงานวาดเสียมากกว่า กระนั้นสองมือคู่นี้ก็เคยลงมือทำมาแล้วหลากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น งานแกะ งานไม้ งานปั้น หรือแม้กระทั่งงานดนตรีก็เคยได้ลองทำแล้วเช่นกัน แต่ชิ้นงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดเห็นทีจะเป็นงานกระเบื้องที่เขาหลังขดหลังแข็งทำอยู่ร่วมปี

 

โครงเหล็กติดล้อที่บรรจุของแห้งและของสดถูกเข็นไหลเข้าซองชำระเงิน ยกยิ้มรับคำทักทายจากหญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ ริ้วแก้มแดงทำได้เพียงเรียกรอยยิ้มขบขันจากคนตัวสูง เผลอนึกถึงจุนมยอนที่รอเขาอยู่ที่บ้าน ไม่รู้ป่านนี้จะอมลมจนแก้มแตกไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้

 

“คุณป้าค่ะ ถือไหวหรือเปล่าคะ”

 

ใบหน้าหล่อเหลาหันเอียงตามสุ้มเสียง สบเห็นหญิงมีอายุร่างท้วมหอบถุงกระดาษพะรุงพะรัง เอนซ้ายทีขวาทีไม่อาจทรงตัว เควินยื่นเงินตราและรับส่วนเกินคืน กว้านสินค้าที่จับจ่ายมาทั้งหมดลงในถุงผ้าที่เตรียมมา ยกสะพายคล้องหัวไหล่ สาวเท้าหาหญิงผู้กำลังประสบปัญหา โอบอุ้มถุงสีน้ำตาลขนาดใหญ่ไว้ในอ้อมแขน แย้มยิ้มให้ใบหน้างุนงงก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม

 

“บ้านคุณป้าอยู่ทางไหนหรือครับ ให้ผมช่วยถือของไปส่งดีไหมครับ”

 

หญิงชรานิ่งไปชั่วประเดี๋ยว ประมวลประโยคเสนอตัวสักพักแล้วโบกมือพัลวัน

 

“อย่าเลยพ่อหนุ่ม บ้านป้าอยู่ตั้งไกลเดินไปก็ร่วมยี่สิบนาที ป้าเกรงใจ”

 

“อย่าเกรงใจเลยครับ ให้ผมไปส่งดีกว่า ต้องเดินอีกไกล ข้าวของก็หนักเดี๋ยวสุขภาพจะแย่เอานะครับ”

 

“ถ้าพ่อหนุ่มไม่ลำบาก ป้าก็รบกวนหน่อยแล้วกัน”

 

เควินพยักหน้ารับ ออกเดินเคียงข้างร่างท้วม เอี้ยวหันมองเบื้องหลังสลับกับหน้าปัดนาฬิกาด้วยกังวล

 

‘02:58 PM’

 

“เป็นอะไรหรือพ่อหนุ่ม ไม่สะดวกอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวป้าอุ้มไปเองก็ได้นะ”

 

“อ๋อเปล่าครับ”

 

“บ้านพ่อหนุ่มอยู่อีกทางสินะ ส่งของมาให้ป้าเถอะ ป้ากลับเองก็ได้”

 

“ครับแต่ว่าไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณป้าเอง”

 

“เอาจริงนะ ป้าไม่อยากให้แม่หนูที่รอพ่อหนุ่มที่บ้านต้องโมโหนะ”

 

หัวเราะในลำคอเมื่อลองจินตนาการถึงท่าทีขึงขังของคนรัก ตั้งแต่คบกันมา 6 ปีเขายังไม่เคยเห็นจุนมยอนโกรธใครเป็นจริงเป็นจังเลยสัก เว้นเสียแต่.. เหตุการณ์นั้นเมื่อ 4 ปีก่อน

 

เควินสะบัดศีรษะไล่ความคิดไม่อภิรมย์ หันมอบรอยยิ้มจริงใจให้หญิงร่างท้วม

 

“คุณป้าไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมคิดว่าเขาคงยินดีมากกว่าถ้าผมช่วยคุณป้า”

 

“..ใครที่ได้พ่อหนุ่มไปเป็นแฟนคงจะโชคดีไม่น้อย”

 

ชะงักสะอึกคำชมไม่คาดฝัน ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว

 

“ผมต่างหากละครับ ที่โชคดีได้เขามาเป็นคนรัก”

 

 

 

ขายาวก้าวสับให้ไวขึ้นเมื่อเหลือบเห็นกลุ่มเมฆดำลอยต่ำ กระชับถุงเชอรี่ที่ได้จากคุณป้าใจดีแน่น เส้นทางไม่คุ้นชินทำให้ชายหนุ่มเสียเวลาเดินตรอกนั้นออกซอยนี้อยู่หลายครา เข็มเล็กบนเรือนนาฬิกาขยับหมุนไหวไม่ชะงักหยุด แม้จะแอบคิดเข้าข้างตนเองไปแล้วว่าถึงอย่างไรจุนมยอนก็คงไม่นึกโกรธหากรู้เหตุผล แต่กระนั้นก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของคนตัวเล็กไม่ได้

 

เสียงครางฮึมจากแผ่นฟ้าเป็นสัญญาณให้เควินตัดสินใจก้าววิ่ง แสงแลบแปลบปลาบ และลมกรรโชกแรงช่างน่ากลัว ในใจเขานึกวิตกนานาถึงร่างเล็กในห้องเหลี่ยม.. เพราะจุนมยอนของเขาแสนเปราะบาง 

 

 

 

‘03:47 PM’

 

ทุ้มเสียงห้าวหลุดร้องดังยามหัวเข่ากระแทกสัมผัสพื้น ถุงผ้าที่คล้องเข้าหัวไหล่ไหลล่วง กระจายเทข้าวของจนเต็มพื้น ร่างสูงไหวโอนดังไม่อาจควบคุม แผ่นดินโยกไหวเช่นหัวใจที่วูบโหวง เควินทิ้งสัมภาระทุกอย่าง ออกก้าววิ่งแม้จะโงนเงน เบียดเสียดผู้คนที่วิ่งสวนทางออกจากตัวตึก แรงกระแทกที่บ่าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บ ขายาวก้าวข้ามบันไดไม่รู้จักเหนื่อย

 

ในใจกำลังนึกก่นร้อง สาปแช่งตึกสูงที่มีเพียงบันไดแคบให้ใช้หนียามฉุกเฉิน ชายหนุ่มหอบหายใจเมื่อเหยียบถึงพื้นชั้น 4 มือใหญ่สั่นระริกขณะไขบิดกุญแจ แรงโยกไหวนิ่งสนิท แผ่นดินไหวหยุดสั่นแล้วแต่ไม่ใช่หัวใจดวงนี้ ร่างสูงก้าวเอื่อยเช่นขาถูกถ่วงน้ำหนัก เดินผ่านมุ่งตรงสู่ส่วนห้องนั่งเล่น ภาพที่เห็นทำเอาลำขาเรียวไร้เรี่ยวแรง

 

หยาดน้ำตาเอ่อคลอกลบดวงตาคู่ดุดัน เศษกระเบื้องแตกกระจายบนพื้นไม้ ฝุ่นผงฟุ้งตลบทั้งห้อง เสื้อตัวหลวมเปื้อนปื้นขาวทั่วทั้งตัวเช่นเดียวกันกับกางเกงขาสั้นตัวเล็ก สายสลิงพาดผ่านกองกระเบื้องสะเปะสะปะ

 

ชายหนุ่มคลานต่ำเข้าใกล้ มือใหญ่ปัดป่ายผ่านเศษคม ลากทิ้งหยดน้ำสีแดงแต้มผงฝุ่นขาว เสี้ยวหน้าคุ้นเคยตกอยู่ไม่ไกล เควินกระหวีดกระวายยกขึ้นแนบหน้าผาก สบเบ้าตากลวงโบ๋แล้วปล่อยหยดน้ำตาไหลริน

 

“จ..จุนมยอน”

 

ลมหายใจติดขัดดั่งถูกบีบรัดที่ขั้วปอด ความรวดร้าวในแผ่นอกสร้างความเจ็บช้ำให้เจียนตาย เมื่อเหตุการณ์คล้ายเดิมได้หวนคืน

 

“ผมขอโทษ”

 

กระซิบแผ่วขัดสะอื้น ภาพร่างเล็กนอนแน่นิ่งบนพื้นห้องน้ำท่ามกลางทะเลเลือดไหล่บ่าราวกับเห็นภาพหลอน

 

“ผมขอโทษ.. ที่ไม่อาจรักษาสัญญา”

 

หยดน้ำตาหลั่งไหลรินไม่ขาดสาย มากมายจนบดบังการมองเห็น ป้ายหินเย็นสลักชื่อชายผู้เป็นที่รักเด่นชัดในความคิด

 

“ทั้งที่ผมบอกว่าจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

 

การลาจากที่พร่ำปฏิเสธเป็นดั่งตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือน หุ่นเชิดกระเบื้องที่ลงทุนลงแรงสรรค์สร้าง ขยับลอกเคลื่อนข้อต่อตามแต่จินตนาการจะรังสรรค์ แม้เฝ้าหลอกตัวเองเท่าไรก็ไม่สัมฤทธิ์ผล ชายหนุ่มทรุดกายนอน จดจ้องใบหน้าสวยหวานที่เหลือเพียงครึ่งเป็นครั้งสุดท้าย

 

“ผมจะรักษาสัญญา”

 

บีบกำเศษกระเบื้องในมือแน่น ปลายแหลมชำแรกแหวกผ่านผิวเนื้อ สะกิดท่อหลอดลมจนชายหนุ่มต้องไอโครก โลหิตสีชาดทะลักไหลไม่หยุดหย่อน เควินไอสำลักแล้วขยับปากเอ่ยไร้เสียง

 

‘ผมตามคุณไปแล้ว.. อย่าทิ้งผมอีกเลยนะ’

 

 

 

 

 

 

 

‘ผมรักคุณมากนะ จุนมยอน’

 
 
 
‘04:26 PM’
 
 
 
- จบ -
 
 
Talk :: จุนมยอนเค้าขอโทษที่มันออกมาดำมืดถึงขนาดนี้ TT^TT ฟิควันเกิดแต่ฉไนเลยถึงโหดร้ายกับจุนมยอนขนาดนี้ สุขสันต์วันเกิดนะคะคนดี.. มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะ 
 
ปล. ขอโทษที่เขียนออกมาได้ไม่เข้ากับคำว่าวันเกิดนะคะ

Theme

posted on 07 Mar 2010 01:12 by angle-mind

ขี้เกียจทำธีมแต่ธีมเก่าก็เน่า

 

แงแงแงแงแงแงแงแง

Talk :: จำทำไม

posted on 18 Oct 2009 22:20 by angle-mind

จำทำไม">http://www.imeem.com/mantismaiden/music/zmQ6NyUP//">จำทำไม -

G ii n ,,, to n ii c View my profile