“เฮ้ยไอ่คิบอม ไอ่เด็กโรงเรียนควางซองมาหยามถึงหน้าโรงเรียนเอามันเลยไหมวะ” เสียงทุ้มหนักแน่นเอ่ยกระแทกอยู่ที่หน้าต่างห้องเรียน พลางมองเด็กต่างเครื่องแบบที่ยืนส่งเสียงแซวนักเรียนหญิงในโรงเรียนอยู่ “หืม. . .ควางซองเหรอ. . .ไม่เอาหรอก” เสียงนุ่มเอ่ยกลับเพื่อนไปอย่างไม่นึกสนใจ
“โธ่! ไอ่ห่ามึงเป็นไรวะปกติมึงต้องลุยคนแรกไม่ใช่เหรอ” เสียงเพื่อนอีกคนที่เอ่ยด้วยความสงสัยเมื่อ คิมคิบอม หัวหน้าแก๊ง TB หรือ Too Bad ที่กิตติศัพท์ความโหดใหญ่คับโรงเรียน เอ่ยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“ช่างมันเหอะหน่า ก็ตั้งแต่มันเจอ คนนั้น มันก็เปลี่ยนจากหลังตีนเป็นหน้ามือเลยนี่หว่า”
“เออ ตกลงมึงชมหรือด่ากูวะ ไปละเดี๋ยวสาย กูไปละนะบาย” โบกมือน้อยๆแล้วก็เดินจากไปทิ้งเพื่อนๆในแก๊งให้นั่งเคว้งปรึกษากันต่อไปว่าจะยำไอ่ควางซองหน้าโรงเรียนดีไหม
เมื่อขายาวก้าวออกมาจนถึงหลังโรงเรียน ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าหวานของคนน่ารัก อีทงเฮ คนผู้เดียวที่สามารถฉุดรั้งปีศาจ คิมคิบอม ออกมาจากนรกที่เต็มไปด้วยกองเลือดและซากศพได้
“คิมคิบอมนายมาช้ามาก ปล่อยให้ฉันรอนานได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยตำหนิร่างสูงทันทีที่มาถึง ทั้งๆที่รอไปได้แค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง
“ขอโทษทีนะ” เอ่ยขอโทษอย่างอ้อนๆ ยิ้มนิ่งๆให้อีกหนึ่งทีจนร่างเล็กต้องหันหน้าหนี มือบางดันหน้าคมให้หันไปอีกด้าน
“อืมยกโทษให้ก็ได้ แล้วไม่ต้องหันหน้าป่องๆของนายมาให้ฉันเลยหันไปทางอื่นไป”
“นานๆจะเห็นทงเฮเขินก็ดีเหมือนกันนะ”
“อะไรของนายห๊า!!”
“เปล่าคราบ”
“ไม่อยากเชื่อเลยไอ่เด็กปัญญาอ่อนคนนี้จะเป็นคนเดียวกับปีศาจแห่ง TB หนะ” เสียงหวานบ่นอุบอีกครั้งแล้วก็ก้าวเดินนำไป ร่างสูงได้แต่ยิ้มบางๆแล้วเดินตามไปเรื่อยๆ
ยังคงไม่ลืมเลยก่อนเจอเธอ ฉันเป็นไง
ไม่เข้าใจซะเลยว่าตอนเช้าเป็นเช่นไร
พอเรามาเจอกัน เธอมา เปลี่ยนฉันซะใหม่
ช่วยปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาพบความสวยงาม
“นี่คิบอมนายจะอยู่บ้านฉันอีกนานไหมห๊า!! กลับบ้านนายไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงใสตะโกนออกมาดังลั่นอย่างไม่กลัวคนฟังหูแตก
“ทงเฮอ่า” มือหนาโอบคนตัวเล็กมากอดไว้
“. . . . .”
“ให้ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอ”
“คิบอมถ้านายมาอยู่ที่นี่เดี๋ยวคุณน้าจะเป็นห่วงนะ”
“ก็ผมอยากอยู่กับทงเฮนี่นา”
“นี่คิบอม ฟังฉันพูดนะ” คนตัวเล็กหันหน้ามาคุยกับคนเด็กกว่าให้รู้เรื่อง
“อืม”
“คิบอมเข้าใจไหมว่านายหนะยังมีอนาคต ทางเดินของนายยังอีกไกล นายจะมาทิ้งอยู่ที่ฉันไม่ได้หรอกนะ ฉันก็เป็นแค่จิตรกรธรรมดาหนังสือก็เรียนไม่จบ แต่นายยังมีบริษัททางบ้านที่ต้องดูแลนะ”
“ทงเฮไม่รักผมแล้วเหรอ” น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยกับร่างบางยิ่งทำให้ร่างบางทำตัวไม่ถูก
“คิบอมอย่าดื้อซิ ถ้าไม่รักแล้วฉันจะมาเป็นห่วงอนาคต ห่วงชีวิตนายแบบนี้ทำไมละ” ใบหน้าคมงอง้ำยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของคนรัก
“เอางี้ละกันไว้นายเข้ามหา’ลัยได้แล้วฉันสัญญาเลยว่านายจะมาอยู่ที่นี่ก็ได้”
“จริงนะ” เสียงกระตือรือร้นของร่างสูง ถ้าเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงมันก็คงหูตั้งหางกระดิกอยู่ก็ได้มั๊ง
“อืมแต่นายต้องพยายามเข้าให้ได้ละเราจะได้อยู่ด้วยกัน”
“อืม แน่นอนผมจะเข้าให้ได้แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกัน” รอยยิ้มหวานถูกส่งมอบให้ร่างสูง จุมพิตบางเบาที่มอบให้เป็นรางวัลแก่เด็กดีทำเอาร่างสูงถึงกับยิ้มร่าไม่หยุดเลยทีเดียว
คือแดดไรๆ บน ใบไม้ ที่อุ่นเท่าใจของเธอนั้น
ลอยมาในลมที่มันผ่านพัด
คือใจที่เป็นห่วง เป็นใยฉัน ฉันไม่เคยได้รู้เมื่อเจอเธอ
“นี่คิบอม”
“ครับ”
“นายไม่เบื่อฉันบ้างรึไง”
“ไม่นี่ ทำไมทงเฮถามแบบนี้ละ” ร่างสูงเอ่ยถามร่างบางในอ้อมกอดอย่างงุนงง จู่ๆคนหน้าหวานก็ชวนเขาออกมานั่งดูดาวตรงระเบียงห้องพัก ออดอ้อนขอนั่งตัก แล้วก็เอ่ยถามประโยคแปลกๆเมื่อกี้ออกมา
“ก็. . คือว่า. . ไม่มีอะไรหรอก”
“มีอะไรก็บอกผมได้นะ”
“ฉันแค่คิดว่าบางทีนายอาจจะเบื่อฉันก็ได้ อาจจะไม่ใช่ตอนนี้แต่ต่อไปก็ไม่แน่ ยิ่งนายมาอยู่ด้วยกันแล้วแบบนี้ ยิ่งอยู่ใกล้กันนายอาจจะไม่คิดถึงฉันแล้วก็ได้ ฉันเองก็แก่ขึ้นทุกวันคงน่ารักสู้เด็กๆไม่ได้หรอก ทั้งขี้บ่น แถมยังเอาแต่ใจ ชอบดุคิบอมอีกตังหาก” ร่างบางหันหน้ามาพูดกับร่างสูงปลดปล่อยอารมณ์ที่อัดอั้น มือบางกำเสื้อยืดของคนตรงหน้าแน่น ดวงตาหวานหลุบต่ำไม่กล้าสบสายตาคม คิบอมได้แต่หัวเราะนิดๆกับอาการของคนตัวเล็กมือหนาเชยคางของคนรักให้เงยหน้าสบสายตา
“ทงเฮไม่ว่าจะนานแค่ไหน ไม่ว่าทงเฮจะแก่หงำเหงือก ไม่ว่าทงเฮจะบ่นจนข้างบ้างลุกมาว่า ไม่ว่าทงเฮจะดุผมจนผมหูหนวก ผมก็จะรักทงเฮต่อไปไม่ว่าจะเป็นยังไงผมก็จะรักทงเฮตลอดไป” คนตัวบางโถมกอดร่างสูงแน่น ‘ไม่อยากจะอยู่ห่างกับคนตรงหน้าอีกต่อไป’
“จริงๆนะนายสัญญานะ”
“แน่นอน ก็ผมเป็นของทงเฮนี่นา”
คนธรรมดาหนึ่งคนคนนี้ไม่มีอะไร เลย ไม่มีสักอย่าง
เพราะทุกสิ่ง และก็เพราะทุกอย่าง มันเป็นของเธอ
จะยืน รอเธอเป็นคนสุดท้าย ถ้าเธอต้องการใครให้ส่งสายตา
เรียกให้ไปใจฉันก็จะมา เป็น ผู้ชายของเธอ
“ทงเฮ ผมจะไม่อยู่บ้านซักสองอาทิตย์นะ”
“เอ๊ะ!” เสียงหวานอุทานอย่างตกใจ
“คือ แม่ผมอยากให้ผมไปดูงานของบริษัทที่ญี่ปุ่นหนะ คือ. . ”
“อ่าเหรอ อืมไปสิ ไม่เห็นต้องมาขออนุญาติเลย” ยิ้มหวานที่มักจะส่งมอบมาให้ประจำ ยิ่งทำให้ร่างสูงรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น
“แต่ว่าทงเฮ/ คิบอม แม่คิบอมให้คิบอมมาอยู่กับฉันก็ดีเท่าไรแล้ว ฉันจะมากักตัวนายไว้อีกไม่ได้หรอกนะ ไปเถอะนะคุณน้าจะได้ไม่เสียใจ”
“ทงเฮ” ร่างสูงโอบกอดร่างบางจากด้านหลังใบหน้าคมเกยที่ไหล่เล็ก ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ตรงแก้มใส
“ขอบคุณที่ทงเฮเข้าใจคิบอมนะ”
“อืม. . ฉันเข้าใจคิบอมเสมอแหละ”
“ผมไม่อยากไปเลย กลัวทงเฮเหงา”
“เจ้าบ้า ฉันอายุเท่าไรแล้วห๊ะ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ”
“นั่นแหละยิ่งน่ากังวล ถ้าทงเฮถูกฉุดไปตอนผมไม่อยู่ละ”
“คิบอม!!”
“ฮ่าๆ ผมล้อเล่นหน่า ถ้าทงเฮคิดถึงผม ก็ขอให้นึกถึงอ้อมกอดนี้ไว้นะ แล้วทงเฮจะรู้สึกว่ามีผมอยู่เคียงข้างตลอดเวลา”
“อืม. . ฉันรักนายนะ”
“ผมก็รักทงเฮแล้วผมจะรีบกลับมานะ”
ในยามที่ลมเย็นจะมีแค่สองมือเปล่า
ที่กอดเธอให้อุ่นใน อ้อมแขนของหัวใจ
ในตอนที่ตัวเธอกำลังเกิดเหงาเมื่อไหร่
ก็เป็นใจฉันเอง ที่โอบกอดใจของเธอ
“นี่ทงเฮ ผมว่านอนก่อนดีกว่าไหม” เสียงทุ้มเรียกคนตัวเล็กที่ยังคงง่วนอยู่ตรงหน้าขาตั้งผ้าใบ มือบางถือพู่กันสะบัดแปลงไปมา สีสันต่างๆที่เปื้อนตามตัวและใบหน้า ทำให้ร่างสูงคิดว่าร่างบางนั้นเหมาะจะเป็นภาพวาดมากกว่าเสียอีก
“อ่า เดี๋ยวก็เสร็จแล้วนายนอนเถอะพรุ่งนี้มีเรียนนี่นา” ร่างบางหันมาตอบคนที่นอนอยู่บนเตียงมองเขาตาแป๋ว
“ทงเฮตอบผมมาแบบนี้ตั้งแต่ สี่ทุ่มแล้วนะ ตอนนี้มันตีสองแล้วนอนเถอะนะเดี๋ยวไม่สบายแล้วผมจะเป็นห่วงนะ”
“ฮ่า. .ถ้าฉันไม่สบายแล้วนายเป็นห่วงก็ดีสิ ฉันจะไม่สบายบ่อยๆเลยคอยดู” ร่างบางหัวเราะแล้วหันไปจัดการกับภาพวาดของตัวเองต่อ
“นี่ทงเฮ คนดีของคิบอมเชื่อผมเถอะนะนอนเถอะผมเป็นห่วงเดี๋ยวไปลมล้มพับไปตอนผมไม่อยู่ผมก็ยิ่งแย่สิ”
“แต่ว่า. . ”
“นะ”
“ก็ได้” มือบางถอดผ้ากันเปื้อนออก เก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่เรียบร้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ล้มตัวลงนอนพร้อมเด็กชายข้างๆ มือหนารั้งเอวบางให้เข้ามาใกล้กันขึ้น และหลับไป
คือแดดไรๆ บนใบไม้ ที่อุ่นเท่าใจของเธอนั้น
ลอยมา ในลมที่มันผ่านพัด
คือใจที่เป็นห่วงเป็นใยฉัน ฉันไม่เคยได้รู้เมื่อเจอ เธอ
“ทงเฮ”
“หืม”
“จัดปาร์ตี้กันไหม”
“เอ๊ะ! ทำไมละ”
“ก็วันนี้มันวันครบรอบ 7 ปีของเราไง”
“ 7 ปีแล้วเหรอ เวลาเนี่ยผ่านไปเร็วจังเลยนะ”
“อืม แต่สำหรับผม เวลาของผมมันหยุดอยู่ที่ทงเฮนานแล้วนะ” แขนแกร่งกระชับอ้อมแขนมากขึ้นราวกับต้องการย้ำในสิ่งที่ได้กล่าวออกไป
“นี่ไปเอามุขเลี่ยนๆนี่มาจากไหนกันห๊ะ”
“ทงเฮผมมีอะไรอยากจะบอก”
“หืม. . ”
“จะพูดไปมันก็เหมือนคำขอแต่งงานหละนะ”
“. . . . . .”
“เออ. . คือว่า. . ”
“. . . . . .”
“อยู่กับผมตลอดไปนะ” ใบหน้าเข้มขึ้นสีระเรื่อดวงตาคมสั่นระริกมองตาหวานของคนในอ้อมกอด
“แน่นอนฉันจะอยู่กับนายตลอดไป ก็ฉันเป็นของนายนี่นา” ยิ้มหวานถูกหยิบยื่นให้พร้อมกับคำพูดที่ทำให้หัวใจพองโต ดวงตาโตค่อยๆปิดลงอย่างรู้หน้าที่บางบางของร่างสูงค่อยๆกดลงที่ปากอิ่มของร่างบางท่ามกลางบรรยากาศสบายๆกับคำสัญญาของคนทั้งคู่
คนธรรมดาหนึ่งคนคนนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่มีสักอย่าง
เพราะทุกสิ่ง และก็เพราะทุกอย่าง มันเป็นของเธอ
จะยืนรอเธอเป็นคนสุดท้าย ถ้าเธอต้องการใคร ให้ส่งสายตา
เรียกให้ไปใจฉันก็จะมา เป็นผู้ชายของเธอ
. .. The End .. .